เครื่องรางแนะนำจากโทชิงิ (Tochigi Omamori) ขึ้นชื่อเรื่องพลังศักดิ์สิทธิ์ ความงดงาม และความหมายที่ดี

โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นมักพกพาเครื่องรางที่มีความหมายทางด้านจิตใจและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ชาวญี่ปุ่นนิยมขอพร เสริมโชคลาภ และปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย โดยสามารถพบได้ทั้งในศาลเจ้าชินโตและวัดพุทธทั่วประเทศ

ประเภทของ “เครื่องรางญี่ปุ่น” ยอดนิยม

จะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่มาศาลเจ้าและวัดต่างๆ มักจะอธิษฐานเพื่อปัดเป่าภัยพิบัติ เช่น โรคระบาด ภัยธรรมชาติ และเคราะห์ร้ายอื่นๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ นอกจากนั้นการพกพาเครื่องรางติดตัวไว้เป็นประจำ ยังช่วยในเรื่องการยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว ยังส่งผลในด้านต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ช่วยปกป้องจากอันตราย ดึงดูดโชคในแต่ละด้าน ใช้เป็นกำลังใจเชิงจิตวิทยา เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและความศรัทธา และเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมตอนเริ่มต้นปีใหม่อีกด้วย ดังนั้นเรามาทำความรู้จักประเภทของเครื่องรางญี่ปุ่นกัน

1. Omamori (お守り)

นอกจากจะเป็นเครื่องรางยอดนิยม พกพาสะดวกแล้ว มักทำจากผ้าห่อวัตถุมงคลด้านในอาจจะเป็นกระดาษหรือไม้ที่เขียนคำอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ เชื่อกันว่ามีพลังในการปกป้องและนำโชคดีมาให้ ซึ่งโอมาโมรินี้ก็มีหลากหลายประเภท เช่น เครื่องรางสำหรับการเรียน การเดินทาง ความรัก สุขภาพ และการคลอดบุตร ส่วนใหญ่มักปิดด้วยด้ายอย่างแน่นหนา เพราะเครื่องรางญี่ปุ่นส่วนใหญ่ห้ามเปิดดูด้านในอย่างเด็ดขาด 

2. Ema (絵馬)

 แผ่นไม้รูปทรงต่าง ๆ ที่ผู้คนเขียนคำอธิษฐานหรือความปรารถนา แล้วนำไปแขวนที่ศาลเจ้าหรือวัด เพื่อส่งต่อคำขอไปยังเทพเจ้า

3. Daruma (だるま)

ตุ๊กตาทรงกลมที่ไม่มีแขนขา เป็นสัญลักษณ์ของความพากเพียรและโชคดี เมื่อเริ่มตั้งเป้าหมาย ผู้คนจะวาดตาข้างหนึ่ง และเมื่อบรรลุเป้าหมายแล้วจึงวาดตาอีกข้างหนึ่ง

4. Maneki Neko (招き猫)

แมวกวักนำโชคที่นิยมตั้งไว้หน้าร้านค้าเพื่อเรียกลูกค้าและเงินทอง หากยกเท้าซ้ายหมายถึงเรียกลูกค้า ยกเท้าขวาหมายถึงเรียกเงินทอง  

5. Ofuda (お札)

เครื่องรางที่ทำจากกระดาษหรือไม้ มีการเขียนชื่อเทพเจ้าหรือมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ติดไว้ในบ้านเพื่อปกป้องครอบครัวและบ้านเรือน

ชวนทำความรู้จักกับ “เครื่องราง” จากจังหวัดโทชิงิ

สำหรับเครื่องรางแนะนำจากจังหวัดโทชิงิ ที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังศักดิ์สิทธิ์ ความงดงาม และความหมายเฉพาะของแต่ละพื้นที่ นอกจากนั้นยังมีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตามแต่ละศาลเจ้าชื่อดังของจังหวัด ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเครื่องรางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของท้องถิ่นเอาไว้ด้วย แล้วมีศาลเจ้าแนะนำที่ไหนบ้างที่มีเครื่องรางน่าพกพาติด 5 อันดับของจังหวัด

1.ศาลเจ้านาสุออนเซ็น (Nasu Onsen Shrine) (那須温泉神社)

ศาลเจ้านี้อีกชื่อว่า Nasu Yuzen‑jinja ตั้งอยู่ในย่านน้ำพุร้อนในเมืองนาสุ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานนับพันปี โดยย้อนกลับไปเมื่อราวๆ ปี ค.ศ. 630 โดยนายพรานชื่อ Kano Saburō Yukihiro หลังจากพบพบบ่อน้ำพุร้อนในภูเขาลึกขณะล่ากวางขาว ซึ่งพบว่าน้ำแร่ที่นี่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาบาดแผล จึงสร้างศาลเจ้านี้ขึ้นเพื่อสักการะเทพเจ้าแห่งน้ำพุร้อนที่นี่


นอกจากนั้นศาลเจ้าแห่งนี้ยังเคารพเทพสามองค์ ได้แก่ เทพ Onamuchi no Mikoto ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องการให้พรในการจับคู่และสุขภาพร่างกาย เทพ Sukunahikona no Mikoto เทพเจ้าแห่งการต้มสาเกและน้ำพุร้อน และเทพ Hondawake no Mikoto เทพเจ้าแห่งโชคลาภทางทหาร ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านความเชื่อมโยงกับนักธนูในตํานาน Nasu no Yoichi ซึ่งสวดมนต์ต่อเทพผู้พิทักษ์ของเขาที่นี่ และประสบความสําเร็จอย่างมากในสงครามเก็มเป

บริเวณศาลเจ้ามีจุดเด่นหลายแห่ง เช่น หินยามาโตะ ซาซาเรอิชิ ชนิดเดียวกับที่กล่าวถึงในเพลงชาติญี่ปุ่น ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุ 800 ปี และซันโนะโทริอิ ซึ่งเป็นจุดพาวเวอร์สปอตสำคัญของจังหวัด นักเดินทางหลายคนชื่นชมว่ามาที่นี่จะสมหวังทั้งเรื่อง ความรัก สุขภาพ และชัยชนะ นอกจากนั้นยังก่อให้เกิดแรงใจและความสงบภายในอีกด้วย

เครื่องรางแนะนำ : เครื่องรางซากุระ (Hanamori)

แม้จะเป็นศาลเจ้าที่มีโอมาโมริให้เลือกเยอะมาก แต่เราขอแนะนำเครื่องรางซากุระที่หากพกพาแล้วจะพบกับความสุขและความสัมพันธ์ที่ดี เป็นเครื่องรางลายซากุระน่ารัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมโชคด้านความรัก ความอบอุ่นใจ สีชมพูอ่อนหวานสื่อถึงความรัก ความโชคดี และการเริ่มต้นใหม่ ตามสัญลักษณ์ของดอกซากุระ เครื่องรางซากุระนี้จึงเป็นทั้งของฝากที่สวยงามและแฝงด้วยพลังแห่งความรัก ความสุข และจิตวิญญาณของฤดูใบไม้ผลิ เหมาะกับผู้ที่ต้องการพรเรื่องความสุขใจ เรียกได้ว่าเป็นของฝากเชิงสัญลักษณ์จากญี่ปุ่นยุคใหม่ หากคุณกำลังวางแผนเดินทางไปเมืองนาสุ อย่าลืมหาซื้อติดมือกลับมาฝากคนที่คุณรักกัน

พิกัด ศาลเจ้านาสุออนเซ็น (Nasu Onsen Shrine) (那須温泉神社)

2. ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ (Nikkō Tōshō-gū) (日光東照宮)

เป็นหนึ่งในศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองนิกโก้ จังหวัดโทชิงิ โดยสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้ท่านโชกุนโทะกุงาวะ อิเอยาสุ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนโทะกุงาวะ ซึ่งปกครองญี่ปุ่นมายาวนานกว่า 250 ปี โดยจุดเด่นของศาลเจ้านี้มีมากมาย ทั้งสถาปัตยกรรมหรูหรา เนื่องจากตัวศาลเจ้าถูกตกแต่งด้วยลวดลายแกะสลักอย่างประณีต มีสีทองโดดเด่น และเป็นตัวอย่างของศิลปะแบบ Edo ที่หาชมได้ยาก ความสวยงามนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ในปี ค.ศ. 1999 อีกด้วย  

นอกจากนั้นยังมีประตูโยเมมง เป็นประตูหลักของศาลเจ้า มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ประตูแห่งแสงอาทิตย์” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสิ่งปลูกสร้างที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น ยังไม่หมดจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือภาพลิงสามตัวอันโด่งดังที่แกะสลักอยู่บนโรงม้าศักดิ์สิทธิ์ สื่อถึงปรัชญา “ไม่เห็นสิ่งชั่วร้าย, ไม่ได้ยินสิ่งชั่วร้าย, ไม่พูดสิ่งชั่วร้าย” ซึ่งลิงทั้งสามตัวนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของศาลเจ้าแห่งนี้ ที่ขาดไม่ได้คือเป็นหลุมศพของ Tokugawa Ieyasu ตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้ศาลเจ้า ผู้ศรัทธามักขึ้นไปกราบไหว้เพื่อขอพรเกี่ยวกับ ความสำเร็จ อำนาจ และโชคลาภ

เครื่องรางแนะนำ : เครื่องรางแมวหลับบนหลังคาศาลเจ้า

สัญลักษณ์แมวหลับ (Nemuri-neko) เป็นหนึ่งในภาพแกะสลักสำคัญจากไม้ อยู่บริเวณด้านบนของทางเข้าศาลเจ้าชั้นใน โดยมีนกกระจอกสองตัวแกะสลักอยู่ด้านหลังของแมว การที่แมวและนกกระจอกซึ่งเป็นสัตว์ที่โดยปกติแล้วเป็นศัตรูกันสามารถอยู่ร่วมกันได้ เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขในยุคเอโดะโดยช่างฝีมือชื่อดังในยุคเอโดะชื่อ ฮิดาริ จินโงโร่ (Hidari Jingorō) สื่อถึงความสำเร็จในชีวิต การเรียน และป้องกันภัย  ในอีกมุมหนึ่งว่ากันว่าการที่แมวสามารถหลับได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องระแวดระวัง หมายความว่าสภาพแวดล้อมมีความปลอดภัยและสงบสุข 

พิกัด ศาลเจ้านิกโก้โทโชกุ (Nikkō Tōshō-gū) (日光東照宮)

3. ศาลเจ้านิกโก้ ฟุตาระซัง (Nikko Futarasan) (二荒山神社)

Cr :  https://www.facebook.com/nikko.futarasan

ศาลเจ้าชินโตโบราณอีกแห่งที่ตั้งอยู่ในเมืองนิกโก้ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในนิกโก้ และมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในท้องถิ่น โดยเฉพาะภูเขานันไต จุดเด่นของศาลเจ้าอยู่ที่เทพเจ้าที่ประดิษฐานอยู๋ในศาลเจ้า ซึ่งมีเทพเจ้าหลัก 3 องค์ ได้แก่เทพ Ōkuninushi no Mikoto เทพแห่งความรักและการแต่งงาน เทพTagorihime no Mikoto  เทพีแห่งน้ำ และเทพ Ajisukitakahikone no Mikoto  เทพแห่งภูเขาและพลังธรรมชาติ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นศาลเจ้าที่มีบรรยากาศสงบเงียบและศักดิ์สิทธิ์ เพราะตัวศาลเจ้าแวดล้อมด้วยป่าไม้โบราณและต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ต้นซีดาร์อายุหลายร้อยปี มีทางเดินไม้เชื่อมระหว่างศาลเจ้ากับแหล่งศักดิ์สิทธิ์ในภูเขา แนะนำให้เดินชม สะพานศักดิ์สิทธิ์ Shinkyo Bridge ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของนิกโก้ อยู่หน้าทางเข้าศาลเจ้า เป็นสะพานไม้สีแดงข้ามแม่น้ำไดยะ    

เครื่องรางแนะนำ : เครื่องรางถุงเงินคู่สีเขียวอ่อนและสีส้ม

เครื่องรางแห่งความสามัคคีในการแต่งงานที่ศาลเจ้า Nikko Futarasan หากได้พรจากต้นซีดาร์คู่จะทำให้คู่สมรสของคุณมีความสุข เป็นเครื่องรางรูปเชือกผูกคู่สีเขียวอ่อนและสีส้ม ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ “Meoto Sugi (ต้นซีดาร์คู่) ที่อยู๋ในศาลเจ้าแห่งนี้ โดยได้รับการยกย่องมาตั้งแต่สมัยโบราณในฐานะสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีในชีวิตสมรส สีสันของเครื่องรางมีความเก๋ไก๋ แถมยังมีเหรียญทองวงรีติดอยู่กับเครื่องรางด้วย

พิกัด  ศาลเจ้านิกโก้ ฟุตาระซัง (Nikko Futarasan) (二荒山神社)

4. ศาลเจ้าอุตสึโนะมิยะ ฟุตาระยามะ (Utsunomiya Futarayama) (宇都宮二荒山神社)

Cr : https://www.tochigiji.or.jp/spot/s8161

เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุตสึโนะมิยะ จังหวัดโทชิงิ มีประวัติยาวนานกว่า 1,600 ปี และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง โดยบูชาเทพ Ōnamuchi-no-Mikoto ซึ่งเชื่อว่าให้พรด้านความรัก การค้าขาย สุขภาพ และความเจริญรุ่งเรือง จุดเด่นของศาลเจ้าคือซุ้มโทริอิขนาดใหญ่และบันไดหินที่นำสู่ศาลหลัก ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นสงบแม้อยู่ในตัวเมือง นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางหลากหลายชนิดให้เลือกและเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลสำคัญ เช่น Utsunomiya Gion Matsuri จึงเป็นจุดหมายที่ทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนเพื่อขอพรและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นนี้อย่างใกล้ชิด

เครื่องรางแนะนำ : เครื่องรางปลาคาร์ฟตาโตน่ารักสีเหลือง

เครื่องรางนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานปลาคาร์ฟ  ซึ่งเล่ากันว่าเมื่อใครก็ตามกินปลาคาร์ฟที่จับได้ในช่วงที่โรคไข้ทรพิษระบาด โรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่ก็จะหายในทันที นอกจากนั้นยังมีความเชื่อว่าปลาคาร์ฟนั้นเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้าด้วย จึงถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องรางที่ควรพกติดตัวไว้เสมอและอธิษฐานให้โรคระบาดหายไป โดยเครื่องรางนี้มักจะถูกขายที่ศาลเจ้าในช่วงปีใหม่เพื่อปัดเป่าโชคร้ายและความเจ็บป่วยตลอดทั้งปีต่อไป อีกนัยหยึ่งปลาคาร์ฟได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอุสึโนมิยะในปัจจุบันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พิกัด  ศาลเจ้าอุตสึโนะมิยะ ฟุตาระยามะ (Utsunomiya Futarayama) (宇都宮二荒山神社)  

5. ศาลเจ้าคาเมโอกะ ฮาจิมังกุ (Kameoka Hachimangu) (亀岡八幡宮) 

ศาลเจ้าชินโตเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองมาชิโกะ จังหวัดโทชิงิ ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านเครื่องปั้นดินเผา “มาชิโกะยากิ” ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวท้องถิ่น และเป็นสถานที่ที่คนในพื้นที่เคารพศรัทธา ตั้งอยู่ท่ามกลางเนินฝังศพโบราณและป่าแห่งความเงียบสงบ หากเล่าย้อนกลับไปพบว่าศาลเจ้าฮาจิมังกุแห่งนี้เป็นพื้นที่ของเต่าศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกค้นพบระหว่างทางไปโอชู ครอบครัวมินาโมโตะตั้งแคมป์ที่นี่ ในระหว่างการสวดมนต์เพื่อชัยชนะ เต่าศักดิ์สิทธิ์ตัวใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นบนหนองน้ำในบริเวณนี้ เมื่อเขาได้รับชัยชนะ ก็กลับมาสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ขึ้น นอกจากบริเวณโดยรอบจะพบกับเต่าหลายตัวแล้ว ยังตั้งอยู่ในป่าที่เงียบสงบ ที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงาม โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ คุณจะได้เห็นซากุระบานสะพรั่งที่ศาลเจ้าแห่งนี้

เครื่องรางแนะนำ : เครื่องรางเต่าสีแดง

เนื่องจากเป็นศาลเจ้าที่มีเต่าศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ เครื่องรางแนะนำจึงหนีไม่พ้น พวงกุญแจที่มีความเชี่ยมโยงกับเต่า ซึ่งในความหมายของเครื่องรางเกี่ยวกับเต่า ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสุขภาพและอายุยืน เป็นเครื่องรางที่มีความน่ารักเป็นเต่ากระดองสีแดง กับพู่สีสันสดใส เหมาะกับการ พกพาเป็นที่สุด

พิกัด ศาลเจ้าคาเมโอกะ ฮาจิมังกุ (Kameoka Hachimangu) (亀岡八幡宮)

ข้อควรระวังในการใช้เครื่องราง

1.ห้ามเปิดเครื่องราง
เนื่องจากการเปิดดูข้างในของเครื่องรางถือเป็นการทำลายพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายใน
2.เปลี่ยนเครื่องรางทุกปี
คนญี่ปุ่นนิยมเปลี่ยนเครื่องรางใหม่ทุกปีเพื่อรับพลังใหม่ และนำของเก่าไปคืนที่ศาลเจ้าหรือวัดเพื่อเผาทำลายอย่างเหมาะสม
3.การพกพาเครื่องรางไม่จำเป็นต้องนับถือศาสนา  
ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาชินโตหรือพุทธก็สามารถพกเครื่องรางได้ โดยถือเป็นการแสดงความเคารพและขอพร  

หวังว่าคุณผู้อ่านจะได้รู้จักเครื่องรางในจังหวัดโทชิงิและนประเทศญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น เพราะเมื่อพูดถึงเครื่องราง ส่วนใหญ่จะหมายถึงสิ่งของนำโชคหรือของศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมพกติดตัวหรือมอบให้กัน เพื่อขอพรและคุ้มครองในเรื่องต่างๆ ตามความเชื่อในศาสนาชินโตและพุทธศาสนา โดยมักจะหาซื้อได้ตามศาลเจ้า หรือวัดทั่วญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละแห่งจะมีเครื่องรางเฉพาะที่ให้พรในด้านต่างซึ่งภายในจะใส่คัมภีร์หรือกระดาษศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งห้ามเปิดดู เพราะเชื่อว่าจะทำให้พลังของเครื่องรางเสื่อมลง นอกจากนี้ยังมีเครื่องรางที่เป็นรูปแบบพวงกุญแจ แผ่นไม้เอมะ  ลูกตุ้ม หรือเครื่องประดับเล็กๆ อีกด้วย โดยความเชื่อของคนญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นมักจะพกเครื่องรางไว้กับตัว หรือแขวนไว้ในรถ บ้าน หรือกระเป๋า โดยเปลี่ยนใหม่ทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคล และนำอันเก่าไปคืนศาลเจ้าหรือวัดเพื่อเผาทำลายอย่างถูกวิธี


สำหรับข้อมูลท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดไม่ไกลโตเกียวแห่งนี้ สามารถกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับจังหวัดโทชิงิเพิ่มเติมได้ที่นี่  https://www.facebook.com/tochigi.gogogo