ซีรีส์ “Nippon no Lisa Neko” จากเมืองมาชิโกะ จังหวัดโทชิงิ

เรื่องราวการเดินทางไปยังแหล่งผลิตเซรามิกทั่วญี่ปุ่น โดยเริ่มที่เมืองมาชิโกะ จังหวัดโทชิงิ สำหรับ “Nippon no Lisa Neko” หรือ ซีรีส์ “Lisa Cat of Japan” คือชุดแมวเซรามิกที่ผลิตขึ้นอย่างพิถีพิถันจากความร่วมมือกับโรงงานเครื่องปั้นดินเผาทั่วประเทศญี่ปุ่น โดยมีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่ Lisa Larson  ศิลปินเซรามิกชาวสวีเดน ชื่นชอบมาตลอดชีวิตของเธอ

กว่าจะมาเป็นผลงานชุด Nippon no Lisa Neko

Lisa Larson มีความสนใจและชื่นชอบเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก และในระหว่างช่วงชีวิตของเธอ เธอได้กล่าวถึงความฝันของเธอว่า “สักวันหนึ่งจะได้สร้างแมวของตัวเองในโรงงานเครื่องปั้นดินเผาญี่ปุ่น” โดยอิงจากแบบดั้งเดิมของเธอ แมวแต่ละตัวจึงถือกำเนิดขึ้นด้วยสีหน้าและท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิอากาศและฝีมือช่างในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่น รวมถึงดินเหนียวและเทคนิคการเคลือบของแต่ละภูมิภาคด้วย

เครื่องปั้นดินเผา Mashiko คืออะไร

เครื่องปั้นดินเผาชนิดนี้ผลิตขึ้นในบริเวณรอบเมือง Mashiko อำเภอ Haga จังหวัด Tochigi กล่าวกันว่า Mashiko เป็นศูนย์กลางของงานปั้นดินเผาสมัยใหม่ โดยย้อนกลับไปในปีค.ศ. 1924 คุณ Shoji Hamada ได้เข้ามาตั้งรกรากที่นี่และสร้างเตา เครื่องปั้นดินเผาขึ้น ซึ่งดึงดูดความสนใจไม่เพียงแต่จากชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโลกของเครื่องปั้นดินเผาด้วย แรกเริ่มเดิมทีมีการใช้ผงหินและผงเหล็กเก่าเป็นตัวเคลือบ และเครื่องปั้นดินเผาจะถูกระบายสีด้วยแปรงขนสัตว์ (ในข้อมูลระบุว่าขนสุนัข) ทำให้มีสีเข้มและเนื้อสัมผัสที่หนาโดดเด่นกว่าที่อื่น

คุณ Shoji Hamada คือใคร

เขาเป็นศิลปินเซรามิกสมัยใหม่คนหนึ่ง และเป็นผู้นำคนหนึ่งของขบวนการมิงเงอิ (Mingei)* ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เขาอาศัยและทำงานอยู่ที่เมืองมาชิโกะ จังหวัดโทชิงิ และผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่นั่น เขาทำให้เครื่องปั้นดินเผามาชิโกะเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว และอุทิศตนเพื่อปรับปรุง พัฒนาเครื่องปั้นดินเผาชนิดนี้ เขาเชี่ยวชาญในการสร้างรูปทรงเรียบง่ายโดยใช้แป้นหมุนปั้นดินเผาเป็นหลัก และลวดลายที่โดดเด่นด้วยการเคลือบสีที่ไหลลื่น

*ขบวนการศิลปะพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นช่วงทศวรรษ 1920 นำโดยนักปรัชญาโซเอ็ตสึ ยานางิ มีเป้าหมายเพื่อค้นหาความงามในงานฝีมือธรรมดาๆ และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่สร้างโดยช่างฝีมือไร้นาม เพื่อเป็นการตอบโต้การเข้ามาของอุตสาหกรรมและศิลปะชั้นสูง โดยเน้นที่สิ่งของที่ใช้ได้จริง ทำมือ ราคาไม่แพง และสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น

เครื่องปั้นดินเผาของ Lisa Larson และ Mashiko

จวบจนวันหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1950 Lisa Larson ได้ไปเยือนญี่ปุ่น และได้พบกับคุณ Shoji Hamada ผู้ที่ทำให้เครื่องปั้นดินเผามาชิโกะเป็นที่นิยม และได้เรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น นับแต่นั้นมา Lisa ก็สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างมากและใฝ่ฝันที่จะได้สร้างสรรค์เครื่องปั้นดินเผามาชิโกะสักวันหนึ่ง ผลงานที่เธอสร้างขึ้นในสวีเดนในเวลาต่อมาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเครื่องปั้นดินเผาของญี่ปุ่น รวมถึงจากเมืองมาชิโกะแห่งนี้ และปัจจุบันความฝันของเธอกลายเป็นความจริงแล้ว

โปรเจ็กต์นี้คงไม่เกิดขึ้นหาก Lisa Larson ไม่ได้พบกับเครื่องปั้นดินเผามาชิโกะ ซึ่ง Lisa เองมีความชื่นชอบเครื่องปั้นดินเผาของที่นี่มาก จึงได้ร่วมมือสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ กับเมืองมาชิโกะมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ นอกจากจานแบนและถ้วยชาสไตล์มาชิโกะ ที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว จึงมีการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผารูปแบบอื่นในเวลาต่อมา ซึ่งผสมผสานสไตล์มาชิโกะและสวีเดนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

สำหรับผลงานชุดนี้ มีการใช้ดินเหนียวชิการากิ และทาสีที่เรียกว่าซูมิโกสุ ที่ฐานจากนั้นมีการสร้างพื้นผิวที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้น ส่วนลายเส้นถูกทาด้วยแปรง รวมทั้งที่ใบหน้าทีละชิ้นด้วยความปราณีต หลังจากนั้นเคลือบด้วย “นามิจิโรยุ” ซึ่งเป็นเคลือบแบบดั้งเดิมของมาชิโกะ และนำไปเผา ผลงานจะเห็นถึงการเคลือบที่มีความโปร่งใสหลังเผา ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถเห็นรายละเอียดของดินเหนียวและสีได้อย่างชัดเจน

เพื่อรักษาความดิบและเสมือนจริงของโมเดลที่ Lisa ออกแบบไว้ ด้วยเหตุนี้ สีที่ทาบนตัวจึงไม่สม่ำเสมอและซีดจางกว่างานเซรามิกทั่วๆ ไป ส่วนใบหน้าถูกวาดขึ้นด้วยมือ เพื่อให้ความรู้สึกของช่างฝีมือสะท้อนออกมาในการแสดงออก และความแตกต่างของแต่ละบุคคล ก็แสดงออกมาเป็นตัวตนของงานด้วย

การเดินทางไกลในโลกเครื่องปั้นดินเผาของ Lisa Larson

Lisa Larson  เกิดเมื่อวันที่ 9 กันยายน 1931 ในภาคใต้ของสวีเดน หลังจากศึกษาที่โรงเรียนออกแบบและหัตถกรรม คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยโกเธนเบิร์ก เธอได้เข้าร่วมงานกับ Gustavsberg ผู้ผลิตเซรามิกของสวีเดน ตามคำขอของ Stig Lindberg ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของบริษัท เธอได้กลายเป็นนักออกแบบหลักที่สนับสนุนบริษัทในช่วงยุคทองของบริษัท ในปี 1952 เธอแต่งงานกับจิตรกร Gunnar Larsson ในปีค.ศ. 1980 เริ่มทำงานอิสระ และตั้งแต่นั้นมาก็ได้ร่วมงานกับลูกค้ามากมาย ในช่วงปี 2000 เธอเริ่มร่วมงานกับ Tonkachi Co., Ltd. (ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เธอกลับมามีชื่อเสียงในระดับโลกอีกครั้ง ในปี 2022 เธอจะได้รับเหรียญรางวัลจากรัฐบาลสวีเดน สำหรับการทำงานที่โดดเด่นมายาวนานในการฟื้นฟูและเสริมสร้างศิลปะและหัตถกรรมของสวีเดน และเธอเสียชีวิตในวันที่ 11 มีนาคม 2024 ที่ผ่านมา


ตลาดเครื่องปั้นดินเผามาชิโกะ 


ที่เมืองมาชิโกะ ในทุกๆ ปีช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ชาวเมืองจะรวมตัวกันเพื่อจัดงาน “ตลาดเครื่องปั้นดินเผา” ประจำปีขึ้น โดยงานนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีค.ศ.1966 (โชวะที่ 41) และมักจัดขึ้นทุกปีในช่วงสัปดาห์ทองในฤดูใบไม้ผลิ และประมาณวันที่ 3 พฤศจิกายนในฤดูใบไม้ร่วง

นอกจากร้านค้าประมาณ 50 ร้านแล้ว ยังมีเต็นท์อีกประมาณ 700 หลังที่ขายสินค้าทุกอย่างตั้งแต่เครื่องปั้นดินเผามาชิโกะแบบดั้งเดิมไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้วยและจาน รวมถึงงานศิลปะ ในเต็นท์เหล่านี้ คุณสามารถพูดคุยโดยตรงกับศิลปินและช่างปั้นดินเผารุ่นใหม่ได้ นอกจากเครื่องปั้นดินเผาแล้ว ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในท้องถิ่นและสินค้าพิเศษต่างๆ และตลาดแห่งนี้ดึงดูดผู้เข้าชมรวมประมาณ 600,000 คนเป็นประจำทุกปี

ถ้าอยากสัมผัสประสบการณ์เครื่องปั้นดินเผาสนุกๆ ในจังหวัดโทชิงิ ลองวางแผนไปเที่ยวช่วงงานนี้ดูนะ

เพื่อนๆ สามารถติดตามอ่านเรื่องราวสนุกๆของโทชิงิได้ที่ Tochigi Go Go Go