JIMBOCHO 神保町

ย่านหนังสือมือสองในโตเกียว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้คน

.

เวลาไปโตเกียวทีไร สถานที่ที่เราวางแผนไปมักจะเป็นสถานที่ที่ยาใจเราเสมอ การได้นั่งรถราง Tokyo Sakura Tram ไปจนสุดสาย แล้วเดินสัมผัสอดีตของผู้คนในย่านนั้นๆ หรือการไปเห็นโตเกียวทาวเวอร์ (Tokyo Tower) ตั้งตระหง่านใกล้ๆ เหมือนในหนัง Always Sunset on Third Street ที่เราหลงรัก และการไปเดินเข้าออกร้านหนังสือมือสองในย่านจิมโบโจก็เป็นหนึ่งในความฝัน

.

จวบจนมีทริปไปทำงานทริปหนึ่งที่เรามีเวลาเดินทางท่องเที่ยวในโตเกียว 1 วันถ้วน เราไม่ลังเลที่จะเดินทางไปยังย่านหนังสือมือสองในโตเกียวแห่งนี้ และเราก็นั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานี Jimbocho แล้วเริ่มสำรวจพื้นที่แสนศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยกัน

.

ว่ากันว่าย่านจิมโบโจ ตั้งชื่อตามซามูไรนางาฮารุ จิมโบะ Nagaharu Jimbo (神保長治) ในศตวรรษที่ 17 เป็นเจ้าของที่ดินในพื้นที่จิมโบโจแห่งนี้ ปัจจุบันส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเมจิ และมหาวิทยาลัยเซนชู เมื่อได้รับการพัฒนาใหม่ในยุคเมจิ พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญสำหรับนักวิชาการ และผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ บางส่วนยังคงดำเนินกิจการอยู่จนถึงปัจจุบัน

.

จิมโบโจเป็นย่านร้านหนังสือมือสองที่ตอบสนองความสนใจทั้งในกลุ่มคนญี่ปุ่น หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นที่ตั้งของร้านหนังสือมือสองมากกว่า 150 ร้าน วางจำหน่ายหนังสือหลากหลายภาษาทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ จีน สเปน ฯลฯ และมีการแบ่งประเภทหนังสือไว้อย่างชัดเจน อาทิ หนังสือเรียน หนังสือนิยาย หนังสือดนตรี หนังสือศิลปะ หนังสือประวัติศาสตร์ นิตยสาร หรือหนังสือการ์ตูน ส่วนราคาก็มีตั้งแต่เล่มละ 100 เยนไปจนถึงแสนเยน บางร้านบริเวณชั้นสองเปิดเป็นคอฟฟี่ช็อปให้ลูกค้าที่มาเลือกซื้อหนังสือสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ในขณะที่เลือกหนังสือไปได้ด้วย นอกจากนั้นย่านจิมโบโจยังเป็นที่ตั้งของคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์ ร้านจำหน่ายสินค้า 100 เยน โรงแรมที่มีคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับหนังสือ แกลเลอรีที่มีจัดแสดงงานศิลปะดีๆ ให้เดินเที่ยวชมเพลินๆ อีกด้วย

.

จำได้ว่าเรามีโอกาสไปเยือนจิมโบโจในช่วงฤดูหนาวของปีนั้น การได้เดินเข้าออกร้านหนังสือมือสอง ร้านนั้นร้านนี้ ไปเห็นหนังสือดีไซน์เก่าๆ นิตยสารที่พาเราย้อนกลับไปราวๆ 40 – 50 ปีก่อน รวมทั้งใบปิดหนัง ภาพโปสเตอร์ โปสต์การ์ดสวยๆ แผ่นเสียง ซีดี เทปคลาสเซต การ์ดอวยพรต่างๆ ปฎิทิน เครื่องเขียน ที่คั่นหนังสือ รวมทั้งผลงานศิลปะ ที่ล้วนมีความคลาสสิค และมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน

.

แอดมินทั้งสองคนหลงรักงานออกแบบโบรชัวร์ โปสเตอร์ โปสต์การ์ด แผ่นพับ ป้ายโฆษณา ซองแผ่นเสียง และแถบโอบิของญี่ปุ่นมากๆ เป็นทุนอยู่แล้ว การได้เห็นงานออกแบบ การตกแต่งร้านหนังสือที่มีความคลาสสิคจากที่นี่ เหมือนเราได้ออกเดินทางย้อนเวลากลับไปเห็นภาพประวัติศาสตร์บางอย่าง รวมทั้งกลิ่นของหนังสือในย่านหนังสือที่เราชอบ และไม่น่าเชื่อว่ามันก็ส่งผลให้อากาศวันนั้นรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษขึ้นมาเลยนะ

.

ซึ่งการได้กลับไปอ่านหนังสือ “ร้านหนังสือโมริซากิ” ซึ่งเป็นร้านหนังสือร้านหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านจิมโบโจแห่งนี้เช่นกันค่ะ ร้านโมริซากิอัดแน่นไปด้วยหนังสือกว่า 6 พันเล่ม เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหนังสือ และทำให้คุณทาคาโกะ หญิงสาวตัวละครหลักในเล่ม ที่เพิ่งเลิกรากับคนรักและต้องลาออกจากงานกะทันหัน เธอตัดสินใจมาทำงานที่นี่ทั้งๆ ที่เธอไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ แต่การได้มาทำงานที่ร้านนี้ หนังสือที่เธอได้อ่าน นักเขียนญี่ปุ่นที่เธอได้ทำความรู้จัก ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ รวมทั้งบทสนทนาที่แลกเปลี่ยนในแต่ละวัน และผู้คนในย่านจิมโบโจ ก็ทำให้ทาคาโกะตกหลุมรักเมืองที่ตัวเองได้มาใช้ชีวิตอยู่ ได้หลงรักกลิ่นของกองหนังสือภายในระยะเวลาไม่นาน และที่สำคัญการได้มาที่นี่ มันเยียวยา “ข้างใน” โดยเฉพาะ “หัวใจ” ของเธอไปพร้อมกันด้วย

.

? กิจกรรมแจกหนังสือ?

เพียงแชร์เรื่องราวประทับใจหรือความทรงจำที่มีกับร้านหนังสือ ภายใต้หัวข้อ ‘นี่แหละ ร้านหนังสือที่ฉันจะไม่ลืม’ มาใต้โพสต์นี้ และแชร์ไปที่หน้าเฟสบุ๊คของคุณ เรื่องราวของคุณผู้อ่านท่านใดประทับจิตประทับใจพวกเรารับหนังสือ “ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ” พร้อม pop-up card ประจำเล่ม จำนวน 5 รางวัลไปเล้ย!

ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 มีนาคมเวลา 18.00 น.นะจ๊ะ

.

ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ

森崎書店の日々

Days at the Morisaki Bookshop

ผู้เขียน: ยางิซาวะ ซาโตชิ

ผู้แปล: ธนัญ พลแสน

ภาพประกอบปก: Atelier Pakawan

สั่งซื้อหนังสือผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่นี่

http://bit.ly/3vXTKhE

Bibli

#Biblio#Bibli

#ฉันจะไม่ลืมร้านหนังสือโมริซากิ

#森崎書店の日々

#DaysAtTheMorisakiBookshop

#Japanbrochure