Aru no mori ฟาร์มสเตย์อันอบอุ่นในชนบททางตอนเหนือของจังหวัดโอคายามะ

เราได้มีโอกาสติดตามเรื่องราวของฟาร์มสเตย์น่ารักน่าอบอุ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดโอคายามะ จังหวัดที่ขึ้นชื่อว่ามีอากาศอบอุ่น และฝนตกน้อยตลอดทั้งปี จนได้รับสมญานามว่า “ดินแดนแห่งแสงตะวัน” และอาณาจักรของผลไม้อร่อย โดยเฉพาะที่เมืองนิชิอะวะคุระ เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด นั้นเป็นที่ตั้งของฟาร์มสเตย์แห่งหนึ่ง ที่เราหวังว่าสักวันจะมีโอกาสไปสัมผัสแสงแดดอันอบอุ่นสดใสของดินแดนแห่งโมโมทาโร่นี้ด้วยตนเองสักครั้ง

ที่นี่เองเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นเรื่องราวความฝัน และความตั้งใจของหญิงสาวชาวไทยวัย 34 ปี ชื่อคุณแป้ง – พรพรรณ โคบะยะชิ คุณแม่ลูก 1 ที่หลังจากเรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ เอกเอเชียศึกษาภาษาญี่ปุ่น มหาวิทยาลัยศิลปากร  ก็ได้มีโอกาสทำงานอยู่ที่เมืองไทยอยู่ 1 ปี ก่อนจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนเซนมง (Senmon Gakko) ต่อราวๆ 2 ปี ก็ได้ไปทำงานอยู่ในเรียวกังที่ออนเซนแห่งหนึ่งในจังหวัดโอคายามะ และที่นั่นเอง ที่ทำให้คุณแป้งได้เจอกับสามีผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล  

จุดเริ่มต้นของ Aru no mori

จากความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสการพักค้างอ้างแรมในรูปแบบของฟาร์มสเตย์ท่ามกลางชนบทในประเทศญี่ปุ่นด้วยตนเองสักครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ คุณแป้งเองได้มาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นราวๆ 10 กว่าปีแล้ว อยู่ทั้งในเมืองใหญ่ และในเมืองชนบท พอแต่งงานแล้ว การได้เข้าไปอยู่ในบ้านสามีที่ชนบท รายล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์ แม่น้ำลำธารที่ใสสะอาด มีเพื่อนบ้านที่น่ารัก มีความเป็นอยู่ที่แสนอบอุ่น คุณแป้งได้หลงรักในสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งได้มีโอกาสพาครอบครัวที่ไทยมาเที่ยวก็ประทับใจ เธอก็เลยคิดว่าถ้าคนไทยมาพักที่นี่แล้ว คงได้สัมผัสถึงการมาพักผ่อนท่ามกลางชนบทของประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

สำหรับชื่อของที่นี่เมื่อแปลตรงตัวมีความหมายว่า “ป่าของอะรุ” ซึ่งอะรุคือชื่อสุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทริฟเวอร์ ที่สามีคุณแป้งเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก ตอนที่เริ่มต้นทำที่นี่ อะรุอายุประมาณ 10 ขวบแล้ว ก็เลยอยากตั้งชื่อไว้เผื่อวันไหนอะรุไม่อยู่แล้ว แต่ชื่อก็ยังอยู่กับทุกคนเสมอ ซึ่งตอนนี้อะรุก็กลับดาวหมาไปได้ 3 ปีแล้ว ส่วนอีกความหมายนึงก็คือ อะรุ แปลว่า มี หมายถึง บ้านโบราณแห่งนี้มีสิ่งที่ทุกคนหลงลืมไปในยุคสมัยนี้ แต่ที่บ้านนี้ยังมีอยู่นะ เช่น เตาอิโรริ หลังคาหญ้าคายาบุกิ พื้นโดมะ เป็นต้น 

อุณหภูมิอันอบอุ่นของฟาร์มสเตย์ในบ้านเก่าอายุกว่า 135 ปี

ประจวบกับที่มีคนแนะนำบ้านหลังนี้ให้พอดี และที่ตรงนี้เมื่อก่อนเคยเป็นที่อยู่ของพระ หรือสำนักสงฆ์มาก่อนด้วย จึงทำการรีโนเวทเพิ่มเติมนิดหน่อย เป็นอะไรที่ดูลงตัวไปหมดก็ได้ก่อร่างเป็นฟาร์มสเตย์แห่งนี้ได้ในที่สุด แต่ทว่าดันมาเจอกับช่วงโควิดพอดี สิ่งที่เตรียมไว้ก็เลยต้องพักไว้ก่อน เพราะคนไทย รวมทั้งคนต่างชาติก็ไม่สามารถที่จะเดินทางมาเที่ยวได้ คุณแป้งก็เลยคิดใหม่ว่าหากนำเสนอเอาวัฒนธรรมไทย อาหารไทย ให้คนญี่ปุ่นแทนล่ะ ก็เลยเป็นที่มาของคาเฟ่ร้านอาหารไทย Aru no mori  ในปีค.ศ.2020 ซึ่งหลังจากเปิดทำการก็ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ต่างให้ความสนใจ แวะเวียนมาหากันเป็นอย่างมากเลยในช่วงเวลานั้น และแรกเริ่มจากที่คุณแป้งก่อร้างสร้าง Aru no mori สองคนกับสามี แต่ภายหลังคุณพ่อกับคุณแม่สามีเกษียณอายุจากงานประจำแล้วก็เข้ามาช่วยกัน ท่านก็มาช่วยในส่วนของ Workshop เช่น ขุดมัน ทำมิโสะ คั่วกาแฟ ทำผักสวนครัว หรือตากลูกพลับกับพวกเราด้วย

มากกว่าการพักค้างคืนแต่คือการสัมผัสวิถีชีวิตผู้คนในชุมชนไปพร้อมกัน

โดยที่นี่นั้นแบ่งสัดส่วนชัดเจน นั่นคือมีพื้นที่สำหรับเข้าพัก พื้นที่ร้านอาหาร และพื้นที่ให้เช่าสำหรับทำกิจกรรม  นอกจากนั้นที่นี่ยังมีบริการนำเที่ยวสำหรับคนที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ และอยากสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นจริงๆ โดยจะไม่เน้นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆ เพราะอยากให้ลูกค้าที่มาพักได้สัมผัสวิถีความเป็นญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดที่สุด ได้ทานอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ  ได้เจอผู้คนน่ารัก และอบอุ่น โดยทัวร์ที่ให้บริการจะเป็นแบบ Private ระยะสั้น เช่น 2 คืน 3 วัน หรือ 3 คืน 4 วัน ประมาณนี้ และจะรับประมาณ 4-6 ท่านต่อกรุ๊ปเท่านั้น โดยจะบริการไปรับ-ส่ง ที่สถานีรถไฟใกล้ๆ หรือใครไม่สะดวกเดินทางมาโดยรถไฟ  ก็สามารถจัดโปรแกรมไปรับที่สนามบินแล้วแวะเที่ยวมาเรื่อยๆ ได้เช่นกัน 

เสน่ห์ของเมืองเล็กในป่าสนของจังหวัดโอคายามะ 

เมืองนิชิอะวะคุระ เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตอนเหนือของ จ.โอคะยะมะ ซึ่งค่อนข้างห่างจากตัวเมืองขับรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง อยู่ติดกับจังหวัดเฮียวโกะและทตโตริ เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวทั่วไป หรือคนไทยแทบจะไม่เที่ยวแถบนี้เลย  ส่วนใหญ่จะลงไปทางคุราชิกิ และไปแถบฮิโรชิมะกัน เมืองนี้เป็นเมืองที่ทำอุตสาหกรรมส่งออกไม้สนเป็นหลัก มีประชากรอาศัยอยู่ราวๆ 1,440 คน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่า ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสได้ถึงธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่รายล้อมอยู่ได้ รวมทั้งการแบ่งฤดูกาลที่ชัดเจน โดยฤดูกาลที่แนะนำก็จะเป็นใบไม้เปลี่ยนสี ช่วง ตุลาคม – พฤศจิกายน อากาศกำลังเย็นสบาย ส่วนช่วงฤดูหนาวจะมีกิจกรรมเป็นการขุดมันหวานที่สวนเอามาเผากินกัน หรือ สอนวิธีการตากลูกพลับ เป็นต้น

ชีวิตแสนเรียบง่ายและใกล้ชิดธรรมชาติ

หลังจากที่คุณแป้งแต่งงานแล้วก็มีน้องในปีค.ศ. 2022 การเลี้ยงลูกในเมืองชนบทของญี่ปุ่น ได้เห็นลูกได้อยู่กับธรรมชาติ เขาดูแฮปปี้มากๆ และเมืองนี้จะอยู่ใกล้กับ Forest Kindergarten ด้วย เป็นโรงเรียนอนุบาลในป่าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแถบสแกนดิเนเวีย และเริ่มต้นในสหราชอาณาจักรในปีค.ศ. 1993 ด้วย โดยในปัจจุบันมีการใช้กระบวนการนี้สอนในโรงเรียนและที่ต่างๆ ทั่วโลก โดยผู้สอนต้องผ่านการอบรมมาโดยเฉพาะ นักเรียนส่วนใหญ่จะใช้เวลาเรียนอยู่นอกห้องเรียน หรือแบบในป่าแบบป่าของจริงๆ ไม่ว่าสภาพอากาศข้างนอก (หนาว-ร้อน-ฝนตก-หิมะตก) จะเป็นอย่างไร คุณแป้งชอบวิธีคิดนี้ และตั้งใจจะให้ลูกชายได้เรียนที่นี่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์เลย 

อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้หลายคนคง อยากไปฟาร์มสเตย์น่ารักน่าอบอุ่นในจังหวัดโอคายามะแห่งนี้ขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ เพราะแค่คุณแป้งเล่าเรายังสัมผัสได้ถึงความฝันและความตั้งใจ และรับรู้ได้เลยว่าเมืองชนบทแห่งนี้มันน่ารักอบอุ่นอย่างไร มีความน่าสนใจมากมายแค่ไหน และท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมที่นี่อยู่นั้น เธอก็อยากจะให้อนาคตของที่นี่ ยังคงรักษาความเป็นญี่ปุ่นและไทยเอาไว้ รวมทั้งยังทำหน้าที่ส่งต่อวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศให้กับผู้มาเยือน เมืองชนบทแห่งนี้ในทุกอณูเท่าที่ “อะรุโนะโมริ” จะทำได้เลยล่ะ

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าพักสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

IG: aru.no.mori หรือ Line official : @arunomori

FACEBOOK: https://www.facebook.com/arunomorifarmstay

WEBSITE: https://www.arunomori.com