เรื่องของเรื่องคือแอดมินน่ะเคยไปวากะยามะตอนฤดูส้มอยู่หลายครั้ง แล้วก็ตั้งคำถามเสมอว่า บรรดาส้มที่เรียงรายอยู่บนแผงขายส้มนั้น แบบไหนอร่อยที่สุด ครั้งจะซื้อแบบละลูก แม่ค้าอาจจะตบเราได้ ซื้อแบบถุงนึงที่แพ็คไว้ก็กินได้ทั้งทริปแน่ๆ
?
และในที่สุด สุด สุด แอดมินเพจ Wakayama IKORA ผู้ทำงานหนักในเรื่องค้นหาข้อมูลมานำเสนอ ก็รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับส้ม ในดินแดนแห่งส้มขึ้นมา เราจึงมาชวนไปอ่าน ไปกดไลค์ กดเลิฟ กดให้กำลังใจกันได้
?
คราวหน้าถ้ามีโอกาสไปเยือนจังหวัดวากะยามะ อย่างน้อยก็ได้รู้จักพันธุ์ส้มในญี่ปุ่นมากขึ้น และจะได้ลิ้มลองรสชาติส้มที่ถูกใจวัยเราอย่างแน่นอนเลยค่ะ

#รู้ไว้ใช่ว่า บุกจ.วากะยามะ ดินแดนแห่งมิคัง ฉบับไตรภาค…ปฐมบท!!
(ยาวมากอีกเช่นเคย สาระจัดเต็ม!!) ??
“มิคัง” (みかん) คือคำเรียกส้มชนิดเปลือกบางในประเทศญี่ปุ่น ส่วนส้มเปลือกหนาประเภทส้มซันคิส คนญี่ปุ่นเขาเรียก “ออเร้นจ์” (オレンジ) ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมเรื่องส้มๆที่แอดมินเคยเถียงกับคนวากะยามะเป็นวรรคเป็นเวรว่า “ส้มก็คือส้มดิ๊ ทำไมต้องแบ่งแยก” ยังดีนะที่มีคำว่า “คังคิทสึ” (柑橘 : Citrus) เอาไว้ให้เรียกพืชตระกูลส้มแบบเหมารวมเวลานึกไม่ออกว่าควรแบ่งแยกเจ้าส้มตรงหน้าว่ากระไร
ถ้าพูดถึงมิคัง คนญี่ปุ่นจะนึกถึง “อุนชูมิคัง” (温州みかん) มาก่อนอันดับแรก เพราะคุ้นหน้าคุ้นตาสุด ซึ่งจริงๆแล้วคำว่าอุนชูเป็นชื่อเมืองเมืองหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน…ฮั่นแน่ เดาออกเลยใช่ม้าว่าแท้จริงแล้วมิคังหรือส้มเปลือกบางไม่ใช่พืชพื้นถิ่นของเกาะญี่ปุ่น
ว่ากันว่า อุนชูมิคังข้ามน้ำข้ามทะเลมาลงหลักปักฐานที่จ.คาโกะชิมะเป็นที่แรก จากนั้นก็แพร่หลายไปในหลากพื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น ในสมัยเอโดะถ้าพูดถึงมิคังก็จะต้องนึกถึง “คิชูมิคัง” (紀州みかん) ของแคว้นคิชูหรือจ.วากะยามะ และปัจจุบันนี้จ.วากะยามะก็ยังครองส่วนแบ่งตลาดมากเป็นอันดับหนึ่ง เบียดแซงกันไปมากับจ.เอฮิเมะ โดยข้อมูลจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของประเทศญี่ปุ่นระบุว่าจ.วากะยามะมีปริมาณผลผลิตอุนชูมิคังและอันดับแบรนด์เป็นอันดับหนึ่ง (ตัวเลขผลผลิต 173,700 ตัน) ตามด้วยจ.เอฮิเมะ (ตัวเลขผลผลิต 128,500 ตัน)*???
ไม่เพียงแค่ปริมาณผลผลิตเท่านั้น พืชตระกูลส้มในจ.วากะยามะยังมีหลากหลายสายพันธุ์มว๊ากกกกก ซึ่งแอดมินขอหยิบยกมาแนะนำเป็นบางส่วนนะจ๊ะ (ย้ำว่าแค่บางส่วน)
? グリーンハウスみかん กรีนเฮาส์มิคัง
? : กันยายน
มิคังซึ่งปลูกในโรงเพาะด้วยการเพิ่มความร้อนเพียงเล็กน้อย (อุณหภูมิน้อยกว่าโรงเพาะทั่วไป และการเจริญเติบโตของส้มจะเร็วกว่าการปลูกในที่โล่ง) ช่วงเก็บเกี่ยวส้มจะยังมีสีเขียว กลิ่นหวานอมเปรี้ยวหอมสดชื่นกว่ามิคังปลูกในโรงเพาะแบบเพิ่มความร้อนระดับปกติ แช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาทีก่อนกินจะอร่อยยิ่งขึ้น…อ้อ เพราะเปลือกเขียวนี่แหละเลยมีคำว่่า “กรีน” อยู่หน้าชื่อ
? 極早生みかん โกะคุวาเสะมิคัง (แปลได้ว่า ส้มโค-ต-รต้นฤดู)
? : ต้นเดือนกันยายน~ปลายเดือนพฤศจิกายน
ในบรรดาอุนชูมิคังแบบปลูกตามธรรมชาติในพื้นที่โล่ง โกะคุวาเสะมิคังเป็นพันธุ์ที่เก็บเกี่ยวได้เร็วที่สุด แล้วก็ยังแบ่งแยกสายพันธุ์ย่อยลงไปอีก เช่น ซากิคุโบะวาเสะ ในปีโชวะ 55-56 ศูนย์ส้มเขตคินัน ได้ตรวจสอบลักษณะเด่นของพันธุ์ และยืนยันว่านี่เป็นสายพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ผลส้มจะสุกแล้ว แต่ผิวส้มจะเปลี่ยนสีช้าจึงนิยมส่งขายตั้งแต่ผิวยังเป็นสีเขียว
? 早生みかん วาเสะมิคัง
? : ต้นเดือนกุมภาพันธ์~กลางเดือนมกราคม
ถือเป็นตัวแทนของคิชุมิคังเลยก็ว่าได้ ผลผลิตมากช่วงต้นฤดูที่เพิ่งเก็บเกี่ยวใหม่ๆ รสอมเปรี้ยวเล็กน้อย เมื่ออุณหภูมิลดลงรสเปรี้ยวจะหายไป ความหวานเพิ่มมากขึ้น ผลขนาด S หรือ M จะมีผิวบาง รสหวานฉ่ำกว่าผลขนาดใหญ่
? 早香ポンカン วากะปงคัง
? : ต้นเดือนธันวาคม~กลางเดือนมกราคม
เป็นพันธุ์ผสมระหว่างอุนชูมิคังและปงคัง ได้ขึ้นทะเบียนรับรองสายพันธุ์เมื่อค.ศ.1990 โดยชื่อที่ตั้งนี้มีความหมายว่าเป็นส้มที่มีกลิ่นหอมเหมือนปงคังและผลสุกเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆระดับความหวานมากกว่า 13 บริกซ์ รสเปรี้ยวน้อย ผิวนอกอาจขี้เหร่เต่เนื้อในแจ่มนะตัวเอง
? ミホコール มิโฮะคอล
? : กลางเดือนมกราคม
สายพันธุ์ที่เพาะข้ามระหว่างอุนชูมิคังชื่อมิโฮะวาเสะกับอันคอล ได้รับการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์เมื่อค.ศ. 1994 เป็นส้มไร้เมล็ด ใยส้มนิ่มกินได้เลยไม่ต้องลอก กลิ่นหอมเป็นเอกลัษณ์
? 越冬完熟みかん เอ็ตโตคันจูกุมิคัง
? : กลางเดือนมกราคม~กลางเดือนมีนาคม
ของแปลกของหายากระดับพรีเมียม ส้มชนิดนี้ต้องดูแลกันเยอะหน่อย กล่าวคือเมื่อวาเสะมิคังติดผลในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง เกษตรกรจะนำตาข่ายมาขึงคลุมเพื่อป้องกันนกจิกและ ปล่อยให้ผลสุกเต็มที่คาต้นก่อนเก็บเกี่ยวจำหน่าย ซึ่งเวลาเก็บก็ต้องตัดมาพร้อมใบด้วยนะ เป็นมิคังที่อร่อยโฮกกกกกก แต่ข้อเสียคือผลผลิตน้อย ราคาสูง
? ポンカン ปงคัง
? : ปลายเดือนธันวาคม~ปลายเดือนกุมภาพันธ์
กล่าวกันว่าถิ่นกำเนิดของปงคังคืออินเดีย และปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีนตอนใต้ ไต้หวันตอนใต้ ญี่ปุ่น อีกทั้งยังกระจายไกลไปถึงบราซิล โดยประเทศญี่ปุ่นได้รับมิคังสายพันธุ์นี้มาจากประเทศไต้หวันช่วงกลางสมัยเมจิ จุดเด่นของปงคังคือทรงออกจะเหลี่ยมเสียมากกว่ากลมป๊อก รูปร่างแบน หัวยุบเป็นหลุมชัดเจน รสหวานอมเปรี้ยวจัดจ้าน
? 金柑 คินคัง
? : ต้นเดือนมกราคม~ปลายเดือนมีนาคม
คินคังจัดเป็นพืชตระกูลส้มที่มีวิตามินซีสูงมาก เวลากินให้กินทั้งเปลือกได้เลย ผลขนาดเล็ก และมีรสชาติหวานจัดสมดุลกับรสเปรี้ยว กลิ่นหอม นอกจากโยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ยเลยแล้วยังสามารถนำมาหมักทำเหล้าผลไม้ ทำแยม เชื่อมได้ด้วย
? はるみ ฮารุมิ
? : ต้นเดือนกุมภาพันธ์~กลางเดือนมีนาคม
พันธุ์ผสมระหว่างส้มคิโยมิ(เกสรตัวผู้) กับปงคัง(เกสรตัวเมีย) เป็นพี่น้องขั้วตรงข้ามกับเดโกปง ผิวปอกง่ายไม่มีเมล็ด ฉ่ำน้ำ หวานจัดจ้าน มีรสเปรี้ยวแค่เล็กน้อย
? デコポン เดโกปง
? : ปลายเดือนมกราคม~ปลายเดือนเมษายน
มีทั้งปลูกในเฮ้าส์และปลูกในพื้นที่โล่ง เดโกปงเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมของเมืองชิรานุยจังหวัดคุมาโมโต้ เดิมทีเกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ปงคังและพันธุ์คิโยมิที่สถานทดลองในจังหวัดนางาซากิ และเริ่มนำต้นกล้ามาปลูกครั้งแรกที่เมืองชิรานุย ชื่อเดโกปงมาจากรูปทรงที่บริเวณขั้วจะยื่นออกมา ซึ่งถือเป็นรูปทรงที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แม้เนื้อในจะมีเยื่อสีขาวเยอะหน่อยแต่ก็กินได้เลยไม่แข็งติดคอ ที่สำคัญคือเยื่อเหล่านี้ดีต่อสุขภาพความงามเพราะเป็นเส้นใยอาหารล้วนๆ กินแล้วขับถ่ายคล่องเว่อร์
? きよみ คิโยมิ
? : ต้นเดือนกุมภาพันธ์~ปลายเดือนเมษายน
คิโยมิ…จะกระเดียดออกทางออเร้นจ์เสียมากกว่า เพราะว่าเปลือกหนาแข็งใช้มือปอกลำบาก เป็นลูกผสมระหว่างอุนชูมิคังของญี่ปุ่นกับส้มทรอปปิต้าของอเมริกา หวานจัด ฉ่ำน้ำ หากใช้มือปอกคือเละแน่นอน ดังนั้นควรหั่นเป็นสี้ยวก่อนแล้วค่อยหม่ำ ระดับความหวานเฉลี่ย 12.0 บริกซ์ ส่วนระดับเปรี้ยวต่ำกว่า 1.0 พูดง่ายๆคือหวานจัด เปรี้ยวนิดเดียว
เอาล่ะ รู้จักสายพันธุ์มิคังเด่นๆกันไปแล้ว คราวหน้าแอดมินจะพาไปดูอะไรเกี่ยวกับส้มอีกอย่าลืมติดตามนะเคอะ!!
* สถิติค.ศ. 2014
อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพบางส่วน
Ito noen > https://www.ito-https://bit.ly/3oAPMpR
Kitera > http://a-ne.com/kitera/index.html
#ส้ม #ส้มญี่ปุ่น #ส้มอุนชู #มิคัง #critus #mikan #orange #wakayama #visitwakayama #wakayamagourmet #wakayamaikora #みかん #温州みかん
